แฟรนไชส์,แฟรนไชส์ไปรษณีย์เอกชน,โพสเซอร์วิส,ขายแฟรนไชส์,ขายแฟรนไชส์ไปรษณีย์,รหัสไปรษณีย์,รหัสไปรษณีย์ไทย,ไปรษณีย์ไทย,ไปรษณีย์ไทย ems,เช็คพัสดุไปรษณีย์,ไปรษณีย์,ไปรษณีย์ ไทย ตรวจ สอบ,รหัสไปรษณีย์กรุงเทพ,ไปรษณีย์,ค้นหารหัสไปรษณีย์,เช็คของไปรษณีย์,ตรวจไปรษณีย์,ตรวจสอบไปรษณีย์,เช็ครหัสไปรษณีย์,รหัสไปรษณีย์ นนทบุรี,รหัสไปรษณีย์ไทย76จังหวัด,ตรวจสอบสถานะไปรษณีย์,เช็ค ems ไปรษณีย์ไทย,ems ไปรษณีย์ไทย,เช็คของทางไปรษณีย์,ไปรษณีย์,ตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์,ตรวจสอบไปรษณีย์ ems,ตรา ค่า บริการ ไปรษณีย์ ไทย,ไปรษณีย์ไทย พัสดุ,ไปรษณีย์,เช็คพัสดุ ไปรษณีย์,ส่งไปรษณีย์ไปต่างประเทศ,เรียนปวสทางไปรษณีย์,เรียน กศน ทางไปรษณีย์,ไปรษณีย์อ่อนนุช,จักรยานไปรษณีย์ญี่ปุ่น,เรียนปริญญาตรีทางไปรษณีย์,ไปรษณีย์ลาดพร้าว,ไปรษณีย์คลองจั่น,ไปรษณีย์รามอินทรา,งานไปรษณีย์,เรียนต่อปวส.ทางไปรษณีย์,เงินเดือนไปรษณีย์ไทย,อัตราค่าบริการไปรษณีย์ไทย
     
   แฟรนไชส์,แฟรนไชส์ไปรษณีย์เอกชน,โพสเซอร์วิส,ขายแฟรนไชส์,ขายแฟรนไชส์ไปรษณีย์,รหัสไปรษณีย์,รหัสไปรษณีย์ไทย,ไปรษณีย์ไทย,ไปรษณีย์ไทย ems,เช็คพัสดุไปรษณีย์,ไปรษณีย์,ไปรษณีย์ ไทย ตรวจ สอบ,รหัสไปรษณีย์กรุงเทพ,ไปรษณีย์,ค้นหารหัสไปรษณีย์,เช็คของไปรษณีย์,ตรวจไปรษณีย์,ตรวจสอบไปรษณีย์,เช็ครหัสไปรษณีย์,รหัสไปรษณีย์ นนทบุรี,รหัสไปรษณีย์ไทย76จังหวัด,ตรวจสอบสถานะไปรษณีย์,เช็ค ems ไปรษณีย์ไทย,ems ไปรษณีย์ไทย,เช็คของทางไปรษณีย์,ไปรษณีย์,ตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์,ตรวจสอบไปรษณีย์ ems,ตรา ค่า บริการ ไปรษณีย์ ไทย,ไปรษณีย์ไทย พัสดุ,ไปรษณีย์,เช็คพัสดุ ไปรษณีย์,ส่งไปรษณีย์ไปต่างประเทศ,เรียนปวสทางไปรษณีย์,เรียน กศน ทางไปรษณีย์,ไปรษณีย์อ่อนนุช,จักรยานไปรษณีย์ญี่ปุ่น,เรียนปริญญาตรีทางไปรษณีย์,ไปรษณีย์ลาดพร้าว,ไปรษณีย์คลองจั่น,ไปรษณีย์รามอินทรา,งานไปรษณีย์,เรียนต่อปวส.ทางไปรษณีย์,เงินเดือนไปรษณีย์ไทย,อัตราค่าบริการไปรษณีย์ไทย  
     
   ขนมไข่โบราณ เริ่มต้นเพียง 9,999 -17,999 บาท ทำเงินมากกว่า 15,000 บาท  
     
     
     
     
     
     
     
     
 

โทรเลขไทย

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2551 ได้ไปส่งโทรเลข ที่ไปรษณีย์กลาง เพื่อระลึกถึงและเก็บไว้เป็นที่ระลึก ก็จะยกเลิกการให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2551 แล้วครับ โทรเลขไทยถือว่าเป็น จุดเริ่มต้นของการสื่อสารแบบ ที่จะต้องใช้สาย และ การเคาะรหัส ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีในประเทศไทย

                

โทรเลข คือ ระบบโทรคมนาคมซึ่งใช้อุปกรณ์ทางไฟฟ้าส่งข้อความจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เดิมส่งโดยอาศัยสายตัวนำที่โยงติดต่อถึงกัน และอาศัยอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นหลักสำคัญ แต่ระยะหลังมีการใช้วิธีการส่งไร้สาย ที่เรียกว่า วิทยุโทรเลข (radio telegraph , wrieless telegraph หรือ continuous wave ย่อว่า CW)

ความเป็นมาของโทรเลขในเมืองไทย

     เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2412 รัฐบาลสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้อนุมัติให้ชาวอังกฤษ 2 นาย จัดตั้งบริษัทก่อสร้างและบำรุงรักษาทางโทรเลขภายในราชอาณาจักรตามคำเสนอขอแต่การดำเนินงานของบุคคลทั้งสองล้มเหลว

     ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2418 รัฐบาลไทยจึงได้ดำเนินการเอง โดยมอบหมายให้กรมกลาโหม สร้างทางสายโทรเลขสายแรก จากกรุงเทพฯ ไปปากน้ำ (จังหวัดสมุทรปราการ) และวางสายเคเบิลโทรเลขได้น้ำต่อออกไปถึงกระโจมไฟ นอกสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยา รวมระยะทางยาว 45 กิโลเมตรเพื่อทางราชการใช้ส่งข่าวเกี่ยวกับการผ่านเข้าออกของเรือกลไฟ พ.ศ. 2421 กรมกลาโหมได้สร้างทางสายโทรเลขสายที่สอง จากกรุงเทพฯ ถึงพระราชวังบางปะอิน และภายหลังได้ขยายทางสายออกไปถึงกรุงเก่า (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) เพื่อใช้ประโยชน์ในทางราชการเช่นกัน

     ในปี พ.ศ. 2426 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมโทรเลขขึ้นรับช่วงงานโทรเลขจากกรมกลาโหมมาทำต่อไป ได้เริ่มสร้างทางสายใช้ลวดเหล็กอาบสังกะสีเป็นสายแรกจากกรุงเทพฯ ผ่านปราจีนบุรี กบินทร์บุรี อรัญประเทศ ศรีโสภณ ไปถึงคลองกำปงปลัก ในจังหวัดพระตะบอง (สมัยนั้นยังเป็นของไทย) และเชื่อมต่อกับสายโทรเลขอินโดจีนไปถึงเมืองไซ่ง่อน เป็นสายโทรเลขสายแรกที่ติดต่อกับต่างประเทศ ได้เปิดให้สาธารณะใช้เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2426 ในปีเดียวกันนั้นก็ได้มีประกาศเป็นทางการให้สาธารณชนทั่วไปใช้โทรเลขสาย กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ-อยุธยา ได้ด้วย

     พ.ศ. 2440 กรมโทรเลขได้สร้างทางสายกรุงเทพฯ ไปแม่สอด จังหวัดตาก ไปต่อกับทางสายโทรเลขของอังกฤษไปเมืองมะละแหม่ง และย่างกุ้ง

     ทางภาคใต้ได้สร้างทางสายโทรเลขจากกรุงเทพฯ ผ่าน เพชรบุรี ชุมพร ทุ่งสง ไปหาดใหญ่ และสงขลา ต่อมาในปี พ.ศ. 2441 ได้สร้างทางสาย่อจากสงขลาออกไปถึงไทรบุรี (เดิมเป็นของเมืองไทย ปัจจุบันเป็นรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย) และกัวลามุดา เชื่อมต่อกับสายโทรเลขของอังกฤษ ไปปีนังและสิงคโปร์


 

หลักการทำงานของโทรเลข

     เมื่อกดดันเคาะของเครื่องส่งเกิดวงจรปิด กระแสไฟฟ้าทำให้เกิดอำนาจแม่เหล็กรอบขดลวดในเครื่องรับ อำนาจแม่เหล็กและดูดแม่เหล็กมากระทบแกนเหล็ก ทำให้เกิดเสียงจังหวะเดียวกับที่กดดันเคาะ โดยเคาะให้เกิดเสียงเป็นรหัส จึงต้องมีการแปลสัญญาณโทรเลขเป็นสัญญาณข้อความ

ข้อดีของโทรเลข คือ

- สามารถส่งข่าวสารและข้อมูลไปได้ระยะทางไกลๆ

- ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะสามารถใช้บริการโทรเลขได้ในราคาถูก

ข้อเสียของโทรเลข คือ

- ต้องแปลรหัสโทรเลขทั้งขณะส่งและขณะรับ ทำให้เสียเวลา

- หากแปลรหัสผิดอาจทำให้ข่าวสารและข้อมูลนั้นๆ มีใจความเปลี่ยนไป

     การบริการสารนิเทศด้วยบริการโทรเลขในปัจจุบัน การสื่อสารแห่งประเทศไทย ได้พัฒนาการรับส่งโทรเลขด้วยการใช้เครื่องโทรพิมพ์สมัยใหม่ที่ควบคุมด้วยระบบไมโครคอมพิวเตอร์และสามารถติดต่อรับส่งได้ด้วยความเร็วสูงถึง 240 คำต่อนาที มาใช้อุปกรณ์รับส่งโทรเลข นอกจากนี้ยังมีการติดต่อชุมสายโทรเลขอัตโนมัติ ทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์มากกว่า 20 ปีแล้ว ช่วงเวลารุ่งเรืองที่สุดของกิจการโทรเลขจะมีการส่ง-รับถึงวันละกว่า 40,000 ฉบับ

จอมพลสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภานุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช อธิบดีกรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขคนแรก

              

  จะเห็นได้ว่า โทรเลขก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ แต่อาจเป็นเพราะโลกในยุคปัจจุบันก้าวหน้า จึงได้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆที่สะดวกรวดเร็วขึ้น จึงไม่นิยมและสนใจมากนัก อีกทั้งยังเสียเวลาในการจะไปส่งโทรเลขที่ไปรษณีย์ แต่โทรเลขก็มีข้อดี คือ ราคาในการส่งถูกกว่า ดังนั้นการใช้โทรเลขอาจจะขึ้นอยู่กับความนิยม และความถนัดของคนๆนั้นก็เป็นได้…

เอกสารอ้างอิง

www.manager.co.th


 

วิวัฒนาการของโทรเลข

แซมมอล มอร์ส นี่นะครับ เขาเป็นผู้ที่ทำให้การสื่อสารโทรเลขเกิดหรือว่าถือกำเนิดขึ้นมาได้นะครับ โดยได้คิดรหัสโทรเลขเป็นจุดและขีดเพื่อใช้ในการสื่อสารโทรเลขนะครับ จนถึงปี พ.ศ. 2387 ครับ แซมมวล มอร์ส ได้สร้างสายโทรเลขระหว่างเมืองบัลติมอร์กับวอชิงตันขึ้นเป็นครั้งแรกมีระยะทางยาวถึง 64 กิโลเมตร เชียวนะครับ ทำการส่งโทรเลขเป็นจุดและขีด ถือเป็นการเริ่มต้นการสื่อสารโทรเลขอย่างจริงจัง และขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นอย่างมากมายเลยที่เดียวเชียวนะครับ หลังจากนั้นการสื่อสารโทรเลขได้ถูกพัฒนาขึ้นมา ทั้งอุปกรณ์ในการสื่อสารโทรเลข ระบบที่ใช้งาน และเทคโนโลยีใหม่ๆ ของการสื่อสารโทรเลข เช่นโทรพิมพ์ และเทเล็กซ์ เป็นต้น 

หลักการส่งและรับโทรเลข

ในการส่งโทรเลขนี้นะครับ ก็จะมีหลักการดังนี้ครับ ก็คือว่า ทางเครื่องส่งนี้จะต้องทำการแปลงรหัสนะครับ คือจากตัวเลขหรือตัวอักษร ที่เราเข้าใจแล้วทำการแปลงรหัสไปเป็นรหัสสัญญาณทางไฟฟ้า จากนั้นก็จะส่งไปตามสายสัญญาณพอไปถึงเครื่องรับแล้วนะครับ เครื่องรับก็จะทำการรับสัญญาณทางไฟฟ้านั้น มาทำการถอดรหัสทางไฟฟ้ามาเป็นตัวเลขหรือตัวอักษร ที่เราเข้าใจยังไงล่ะครับ

รหัสมอร์ส

รหัสมอร์ส เป็นรหัสที่ถูกสร้างขึ้นมาใช้ในระบบโทรเลขในสมัยเริ่มแรกโดยการใช้จุด และ ขีด ในการเข้ารหัสในการสื่อสารโดยจะนำจุดและขีด นำมารวมกันเป็นตัวอักษร หรือตัวเลขที่เราเข้าใจได้ ตัวอย่างรหัสมอร์สที่เราจะมานำเสนอมีดังนี้นะครับ

 A ._  B _…  C _._.  D _..  E .  F .._.  G _ _.    H ….  I ..  J ._ _ _  K _._  L ._..  M _ _  N _.    O _ _ _  P ._ _.  Q _ _._  R ._.  S …  T _  U .._  

  V …_  W ._ _  X _.._  Y _._ _ Z _ _..   

          

นี้ก็เป็นตัวอย่างของรหัสมอร์ส ที่ใช้ในการสื่อสารโทรเลขนะครับ

รหัสโทรเลข

ต่อไปนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของรหัสโทรเลขกันนะครับ เนื่องจากรหัสมอร์สที่ผ่านมานั้นมีความยาวของรหัสของแต่ละตัวอักษรไม่เท่ากันนะครับ จึงเป็นการยากในการพัฒนาเครื่องสำหรับรับ-ส่ง โทรเลข ดังนั้นจึงได้มีการพัฒนารหัสโทรเลขขึ้นมาซึ่ง ความยาวของรหัสของแต่ละตัวอักษรหรือตัวเลขนั้นมีความยาว เท่ากันเช่น รหัส 5 หน่วย รหัส 6 หน่วย และรหัส 7 หน่วย ซึ่งองค์ประกอบของรหัสนี้จะไม่เรียกว่า จุดหรือขีด แต่จะเรียกว่า มอร์ค และ ช่องว่า แทน ต่อไปนี้จะเป็นตัวอย่างของรหัสโทรเลขชนิด 5 หน่วยนะครับ

 ตัวอักษร รหัสที่1 รหัสที่2 รหัสที่3 รหัสที่4 รหัสที่5

A M M S S S

B M S S M M

C S M M M S

D M S S M S

E M S S S S


 
       
95/288 ม.3 ต.บ้านสวน  อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
Tel : 038-146-672 ,038-146-544
สายด่วน : 081-344-2788 Dtac,ชัยภูมิ
Copyright © 2014 Nongfah.com - All Rights Reserved.

Powered by AIWEB